:: วิสัยทัศน์ :: " หน่วยคอมพิวเตอร์ วิทยาเขตปัตตานี จะเป็นผู้นำในการให้บริการที่เป็นเลิศ พัฒนาและสนับสนุนเทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสม เพื่อสนับสนุนพันธกิจของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี "
:: สำหรับเจ้าหน้าที่ ::
อนุญาตเฉพาะผู้มีสิทธิ์เท่านั้น
 
:: เกี่ยวกับ หน่วยคอมฯ ::
  วิสัยทัศน์ พันธกิจ
  ภาระงาน
  บุคลากร
  แผนผังเว็บไซต์
  สถานที่ติดต่อ
  ระบบสืบค้นหมายเลขโทรศัพท์
  ห้องคอมพิวเตอร์อาคาร 14
  แจ้งปัญหา/ร้องเรียน/ร้องขอ
:: กฎ|ประกาศ|นโยบาย IT ::
  พรบ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560
  พรบ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550
  ประกาศแผนไอที ม.อ.
:: คู่มือ|สาระน่ารู้|เอกสาร ::
  คู่มือการใช้งานเว็บเครือข่ายฯ
  เอกสารทั่วไปงานเครือข่าย
  คู่มือตั้งค่า PSU WiFi
  สำหรับ บุคลากร
  สำหรับ นักศึกษา
  ระวัง SpamEmail
  แบบฟอร์มขอใช้บริการ
  คู่มือติดตั้ง VPN Client
  CoP PSU IT Blog
  Share.psu.ac.th
  PSU Network Traffic
  Smart Energy Meter
:: CCTV ::
  CCTV SYSTEM
  BOSCH
  MOBOTIX
:: Digital Signage ::
  Digital Signage
:: IP Phone ::
  IP Phone
:: เสียงประกาศสาธารณะ ::
  ระบบเสียงประกาศสาธารณะ
  คู่มือการใช้งานระบบเสียงฯ
:: ห้องประชุมทางไกล ::
  บริการห้องประชุมทางไกล
:: ระบบกล้องวงจรปิด CCTV SYSTEM ::
 
    ระบบกล้องวงจรปิด CCTV Systems ประกอบด้วยอุปกรณ์ 3 ส่วน

    ส่วนที่ 1 ส่วนจับภาพ หมายถึง ตัวกล้องวงจรปิด ซึ่งทำหน้าที่ส่งสัญญานภาพที่ได้ในพื้นที่ที่ติดตั้งกล้องไปยังอุปกรณ์บันทึกภาพ (Digital Video Recording) ซึ่งอาจจะเป็นตัวบันทึกภาพแบบ Stand Alone ที่มี Harddisk อยู่ภายใน หรือตัวบันทึกภาพที่ใช้แผ่น DVR Card ใส่ไปในคอมพิวเตอร์ แล้วใช้ Software บันทึกภาพลง HDD ในคอมพิวเตอร์ (PC Base DVR) กล้องวงจรปิดทำหน้าที่จับภาพ วัสดุหรือสิ่งของที่เราต้องการบันทึก แบ่งแยกออกเป็นรายชนิดตามคุณสมบัติการใช้งาน ซึ่งพอแบ่งแยกได้ดังนี้

  กล้องวงจรปิดแบบ BOX Camera

    ลักษณะเป็นกล้องที่ติดตั้งอยู่ภายในอาคาร ที่มีลักษณะทรงกระบอก เวลาใช้งานต้องมีเลนส์ ประกอบเข้ากับตัวกล้องด้วย ตัวเลนส์ที่ใช้จะเป็นตัวปรับความชัด ปรับระยะภาพ ซูมภาพ ตามตำแหน่งที่ต้องการ ทำงานเป็นกล้อง Day/Night ซึ่งหมายถึงเวลากลางวัน ภาพที่ได้จะเป็นภาพสีที่มีความคมชัด แต่ในเวลากลางคืน แสงสว่างไม่พอ ภาพที่ได้จะเป็นลักษณะ ขาวดำ แต่ในพื้นที่มึดมากๆ จะไม่มีภาพปรากฏออกมา ต้องหันไปใช้กล้องอินฟาเรดแทน
    กล้อง Box นี้สามารถใช้ภายนอกได้ แต่ต้องใส่ Housing กันแดด กันฝน ซึ่งต้องเสียค่าใช่จ่ายเพิ่มขึ้นอีก จึงไม่แนะนำให้ติดตั้งภายนอกอาคารที่ตากแดด ตากฝน
    การติดตั้งโดยทั่วไปติดตั้งตามกำแพง หรือเพดานก็ได้ แต่ต้องมีขายึดเพิ่มเติม

  กล้องวงจรปิดแบบอินฟาเรด (IR Camera)

    กล้องอินฟาเรด มีลักษณะคล้ายทรงกระบอก แต่มีหลอดไฟ LED เล็กๆอยู่หน้าเลนส์ ซึ่งในเวลากลางคืนหลอดไฟ LED เหล่านี้จะติดและส่องสว่างออกไป ทั่วพื้นที่ที่ติดตั้ง ทำให้สามารถจับภาพได้แต่ภาพออกมาจะเป็นขาวดำ
    ความสว่างมากน้อยขึ้นอยู่กับจำนวน หลอดไฟ LED ที่หน้าเลนส์ ถ้าต้องการความสว่างมาก หลอดไฟ LED ก็จะมากตาม การใช้งานจึงขึ้นอยู่กับระยะส่องสว่าง ที่ต้องการจากหลอดไฟ LED โดยทั่วไปเริ่มต้นที่ระยะ 10,20,30 เมตร หรือมากขึ้น ก็แล้วแต่ความต้องการ แต่ราคาของกล้องก็เพิ่มขึ้นตามระยะทาง กล้องอินฟาเรดจะมีลักษณะพิเศษอีกอย่างคือ ถูกออกแบบมา ให้สามารถติดตั้ง ตากแดด ตากฝนได้ โดยไม่ต้องใส่ Housing เหมือนกล้อง BOX สามารถติดตั้งยึดติดกำแพงหรือเพดานได้ ขายึดจะมาพร้อมกับกล้อง

  กล้องวงจรปิดแบบโดม (DOME Camera)

    มีรูปร่างคล้ายฟักแบ่งครึ่ง ฐานทรงกลม มีขนาดใหญ่เล็กตามการใช้งาน ติดตั้งบนเพดาน กล้องโดมยังแบ่งออกมาเป็น 2 ประเภทคือ กล้องโดมแบบ Day/Night และกล้องโดมแบบอินฟาเรด (IR Dome)
    ความคมชัดของโดมแบบ Dat/Night ตอนกลางวัน ภาพที่ได้จะเป็นภาพสี แต่ตอนกลางวันในสภาพแสงที่สว่างไม่พอ ภาพที่ได้จะเป็น ขาวดำ หรือในพื้นที่มึด กล้องไม่สามารถจับภาพได้ ระยะโฟกัสซูมภาพสามารถเลือกได้โดยการเปลี่ยนเลนส์ภายในกล้องให้ได้ระยะตามที่ต้องการ
    สำหรับกล้องโดมแบบโดมอินฟาเรทจะเหมือนกล้อมโดม DAY/NIGHT แต่ในพื้นที่มืด กล้องโดมสามารถจับภายในได้จากหลอดไฟ LED ที่อยู่ภายในกล้องสว่างออกมาทั่วพื้นที่ แต่ภาพที่จับได้ออกมาจะเป็น ขาวดำ การเลือกใช้ก็ต้องแจ้งระยะที่ต้องการจับภาพ ระยะทางมากราคากล้องก็สูงขึ้น ระยะทางเริ่มต้นอยู่ที่ 10 เมตรขึ้นไป

  กล้องวงจรปิดแบบ PAN TILL Dome

    กล้องลักษณะนี้จะมีขนาดใหญ่กว่า กล้องโดมปกติ การใช้งานที่แตกต่างจากกล้องปกติ คือ
    การหมุนภาพตามแนวนอน (PAN) หมายถึง เลนส์ภายในกล้องสามารถหมุนได้รอบตัวตามแนนนอน เพื่อจับภาพเป็นวงกลมรอบตัว 360 องศา โดยเราสามารถ ใช้โปรแกรมสั่งให้หยุด ณ.ตำแหน่งใดๆก็ได้ เป็นเวลากี่นาที กี่วินาที แล้วค่อยหมุนต่อไปตำแหน่งอื่นๆ จนครบรอบ
    การก้มเงยภาพ (TILL) สามารถให้เลนส์ ของกล้องก้มเงยได้ตามตำแหน่งภาพที่ต้องการจะจับ เช่นมุมก้ม เลนส์ก็จะปรับก้มลงเป็นต้น
    การซูมภาพ (ZOOM) สามารถให้เลนส์จับภาพระยะไกลแล้วดึงเข้ามาระยะใกล้ หรือในระยะที่ต้องการได้ เรียกว่าการซูมภาพจากระยะไกลเข้ามา หรือดึงภาพออกห่างใกล้ไปไกลได้ ระยะทางซูมเข้าออก ขึ้นอยู่กับเลนส์ซูมของกล้องที่ใช้ตามระยะทาง ที่ต้องการ โดยสามารถเลือกซื้อใส่ได้
    ความคมชัดของกล้อง เป็นส่วนที่สำคัญที่สุด เราจะเลือกกล้องที่มีความคมชัดได้อย่างไร สิ่งที่เราต้องพิจารณา คือ TVL
    TVL คืออะไร การจับภาพและการแสดงภาพออกมาได้ความละเอียดภาพมากแค่ไหน หน่วยเป็นเส้น กล้องโดยทั่วไปที่จำหน่ายกัน โดยทั่วไปจะมีคุณสมบัติ 420 TVL นั่นหมายถึง ภาพที่จับได้มีความละเอียด 420 เส้น ถ้าหากต้องการรายละเอียดของภาพชัดมากขึ้น ก็ควรเลือก TVL ให้สูงๆไว้ ปัจจุบันมีจำหน่ายสูงถึง 600 TVL แล้วในตลาดปัจจุบันจะเป็น 420,520,540 TVL เป็นต้น    
    สรุป ก็คือ การเลือกกล้องให้เหมาะแก่การใช้งานนั้น เป็นเรื่องสำคัญ ว่าต้องการใช้งานอย่างไร ความละเอียดกี่ TVL และขึ้นอยู่กับงบประมาณที่มีอยู่

    ส่วนที่ 2 ตัวบันทึกภาพ หรือที่เรียกว่า Digital Video Recorder (DVR) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญไม่แพ้กล้องจับภาพ เพราะเครื่องบันทึกภาพ ต้องสามารถบันทึกภาพได้ตลอดเวลาที่ต้องการ และมีการบันทึกในลักษณะ Real Time Operation System (RTOS) สิ่งที่ต้องพิจารณาในการเลือกเครื่องบันทึกภาพสำหรับกล้องวงจรปิด CCTV SYSTEM อย่างน้อย คือ

  Real Time Operation System (RTOS) หมายถึงอะไร

    คำว่า Real Time Operation System (RTOS) หรือสั้นๆ ว่า RTOS หมายถึง การบันทึกภาพให้มีการเคลื่อนไหวของภาพเหมือนกับภาพต้นฉบับทุกประการ ท่านสามารถทราบได้โดยมีการ Play ภาพที่บันทึกไว้ในแต่ละเหตุการณ์ ภาพที่เห็นจะมีการเคลื่อนไหวเหมือนจริงเป็นภาพต่อเนื่อง ไม่มีอาการภาพกระตุกเป็นระยะ สิ่งที่จะบอกให้ท่านทราบเกี่ยวกับฟังก์ชั่นนี้ คือ Spec ของเครื่อง DVR ต้องบอกว่าบันทึกแบบ Real Time Operation System หรือ อาจจะดูจากเฟรมของภาพที่บันทึกได้ โดยบอกเป็น 25 fps/ch สำหรับระบบ PAL (625 เส้น) และ 30 fps/ch สำหรับระบบ NTSC (525 เส้น) หรือ 100 fps/4ch PAL,200 fps/8ch PAL, 400fps/16ch PAL เป็นต้น
    ความหมายของ 25fps/ch สำหรับระบบ PAL หมายถึง มีการบันทึกภาพที่ความเร็ว 25 ภาพต่อวินาที/1 ช่องบันทึกภาพ ในระบบ PAL ซึ่งจะเป็นระบบบันทึกภาพต่อเนื่องเหมือนจริงและคำว่า PAL(625เส้น) เป็นระบบที่ใช้ในบ้านเรา สรุปก็คือหากเครื่องบันทึกภาพ DVR บันทึกในระบบ RTOS ต้องบันทึกที่ความเร็ว 25 ภาพต่อวินาทีต่อ 1 ช่องบันทึกภาพ หรือเครื่องบันทึกภาพ DVR 4 ch ที่มีความเร็ว 100fps เครื่องบันทึกภาพ DVR 8ch ที่ความเร็ว 200fps, เครื่องบันทึกภาพ DVR 16ch ที่ความเร็ว 400fps เป็นต้น

  ระบบบันทึกภาพ (Compression Method)

    ในระบบปัจจุบัน เทคนิคการบันทึกภาพที่ใช้ควรเป็น H264 ซึ่งเป็นระบบบีบอัดบันทึกภาพที่เป็นเทคโนโลยีใหม่สุดขณะนั้น

  Record Resolution

    โดยทั่วไปจะบอกค่า Record Resolution เป็น CIF หรือบางครั้งก็ไม่ได้บอกค่าอะไรแต่บอกเป็น Real Time เท่านั้น ค่า Record Resolution มีค่าต่างๆ ดังนี้
    CIF คือ ค่า Record Resolution ที่มีความละเอียดของภาพที่ (352 x 288) หรือ 101,376 Pixels ซึ่งเป็นค่าปกติสำหรับ DVR Realtime Recorder
    2CIF คือ ค่า Record Resolution ที่มีความละเอียดของภาพที่ (704 x 288) หรือ 202,752 Pixels
    D1 คือ ค่า Record Resolution ที่มีความละเอียดของภาพที่ (704 x 576) หรือ 405,504 Pixels ซึ่งมีค่าความละเอียดมากกว่า CIF ถึง 4 เท่า
    จะเห็นว่า ภาพที่ถูกบันทึกด้วยความละเอียดของภาพ CIF จะสู้ภาพที่บันทึกด้วยความละเอียดแบบ D1 ไม่ได้ ราคาของเครื่องบันทึก D1 จะมีราคาสูงกว่าแบบ CIF และมีคุณภาพดีกว่า เมื่อมีการขยายภาพที่เป็นปัญหา จะไม่มีการแตกของภาพ ในขณะที่เครื่องเดียวกัน ภาพที่บันทึกด้วย CIF เมื่อขยายภาพแล้วจะแตกไม่สามารถดูภาพได้
    ค่าอื่นๆที่เกี่ยวข้อง อาจจะมีเรื่องการดูภาพผ่านอินเตอร์เน็ท ดูภาพผ่านโทรศัพท์มือถือ ก็เป็นลูกเล่นของแต่ละยี่ห้อที่ต้องการได้ตามชอบใจ หรือค่า VIDEO Output หากผ่าน BNC ก็สามารถต่อกับจอภาพทีวีทั่วไปไม่ได้ หรือมี VGA Output ก็สามารถต่อกับจอ Monitor ของเครื่องคอมพิวเตอร์ก็จะได้รายละเอียดมากขึ้น
    ถ้าต้องการบันทึกเสียงพร้อมภาพก็ต้องเลือกเครื่องบันทึกที่มีช่อง AUDIO ด้วย โดยทั่วไปเครื่องราคาถูกจะไม่มีช่อง Audio มาให้เลือกใช้ตามความต้องการ

    ส่วนที่ 3 ส่วนแสดงภาพ มอนิเตอร์ (Monitor) โดยทั่วไปจะมี 2 แบบ คือ

  BNC Output ใช้ต่อกับจอภาพ TV โดยทั่วไป สำหรับบ้านเราเป็น ระบบ PAL 625 เส้น

  VGA Output ใช้สำหรับต่อจอมอนิเตอร์ ของคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะให้ความละเอียดได้มากกว่า BNC โดยจะมีค่าความละเอียดอยู่ที่ 1024x768, 1280x1024, 1440x900 ซึ่งก็แล้วแต่ยี่ห้อนั้นๆ จะรองรับความละเอียดได้มากน้อยแคไหน และใน DVR รุ่นที่มีราคาสูงก็จะมีช่อง VIDEO Output ได้มากกว่า 2 ชนิดก็ได้ โดยมีช่อง HDMI, DVI, SP01 Output เป็นต้น

    สรุป วิธีเลือกใช้งานระบบกล้องวงจรปิด CCTV System สิ่งที่ต้องพิจารณาและตรวจสอบ คือ

  การเลือกใช้กล้องวงจรปิดแบบต่างๆ

      กล้องวงจรปิดแบบ BOX Camera DAY/NIGHT ใช้ภายในอาคาร สามารถปรับเปลี่ยนเลนส์ได้หลายขนาด ตอบสนองความต้องการของเราได้สูง แต่มีจุดด้อยคือ ในพื้นที่ที่มีแสงสว่างน้อย จะไม่สามารถจับภาพได้ และถ้าหากต้องการใช้นอกอาคารต้องใส่ Housing กันฝน แต่ก็ไม่เหมาะที่จะใช้งานนอกอาคาร การติดตั้งทั่วไปจะยึดติดกับกำแพง
     กล้องวงจรปิดแบบ Dome Camera DAY/NIGHT ใช้ในอาคารที่เหมาะที่จะติดตั้งบนเพดานเท่านั้น ในพื้นที่ที่มึดจะไม่สามารถจับภาพได้
     กล้องวงจรปิดแบบอินฟาเรด (IR-Camera) มี 2 แบบ แบบโดม และ แบบ BOX ใช้แก้จุดอ่อนของกล้อง BOX และกล้องโดมในพื้นที่ที่มึด ซึ่งกล้อง IR สามารถจับภาพได้ และกล้อง BOX แบบอินฟาเรด สามารถติดตั้งนอกอาคารได้ เพราะถูกออกแบบมาให้กันน้ำ กันฝุ่นละอองได้
     ในกรณีที่ต้องการดูภาพ หมุนไปรอบตัว ก้มเงยภาพ ก็ควรเลือกใช้กล้องวงจรปิดแบบ Pan Till Zoom

  การเลือกซื้อเครื่องบันทึกภาพ DVR

      เลือกแบบที่บันทึกภาพ Real Time โดยความละเอียดภาพระดับ CIF ที่ 25 Fps ต่อกล้อง
     เครื่องบันทึกภาพ 4 กล้อง ที่จำนวนเฟรม 100 fps หรือ 25 fps ต่อกล้อง
     เครื่องบันทึกภาพ 8 กล้อง ที่จำนวนเฟรม 200 fps หรือ 25 fps ต่อกล้อง
     เครื่องบันทึกภาพ 16 กล้อง ที่จำนวนเฟรม 400 fps หรือ 25 fps ต่อกล้อง
     เลือกเทคโนโลยีการบันทึกแบบ H264 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีในปัจจุบัน
     เลือกระบบบันทึกภาพแบบ D1 ชนิด Realtime 25 fps ต่อกล้องให้ได้ภาพเสมือนจริงไม่มีกระตุก และมีความละเอียดภาพสูงที่ความละเอียด (704x576) หรือ 405,504 Pixels เครื่องบันทึกภาพแบบ D1 จะมีราคาสูงกว่า แบบ CIF อยู่ที่ (352x288) หรือ 101,376 Pixels เท่านั้น
     เลือก Video output ให้มีอย่างน้อย BNC หรือ VGA
     สามารถใช้โปรแกรม CMS เพื่อเพิ่มจำนวนช่องสัญญาณที่บันทึกให้มากขึ้น ยกตัวอย่าง ใช้เครื่องบันทึกภาพ 16 ช่องสัญญาณ 2 เครื่อง แล้วลงโปรแกรม CMS ก็สามารถดูภาพได้ทั้งสองตัว DVR เสมือนเป็นเครื่อง 32 ช่องสัญญาณวีดีโอ เป็นต้น
อ้างอิง
:: Web Links ::
ศูนย์คอมพิวเตอร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ บริการระบบเครือข่ายและสื่อสาร วิทยาเขตหาดใหญ่
ระบบสารสนเทศบุคลากร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ระบบเอกสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รุ่นที่ 2
ระบบจองห้องประชุมทางไกล ระบบเอกสารคำสอนออนไลน์์
ระบบประเมินสมรรถนะ งานพัฒนาและฝึกอบรม TOR Online
Tell Me More Online PSU ศูนย์ทดสอบออนไลน์ Computer Proficiency Test
เปลี่ยนรหัสผ่าน PSU Passport สำหรับบุคลากรและนักศึกษา ม.อ. ลืมรหัสผ่าน PSU Passport สำหรับบุคลากรและนักศึกษา ม.อ.
PSU Google Apps for Education PSU Student Email - Microsoft Office365
:: PSU Campus ::
  วิทยาเขตหาดใหญ่
  วิทยาเขตปัตตานี
  วิทยาเขตตรัง
  วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี
  วิทยาเขตภูเก็ต
เครือข่ายและคอมพิวเตอร์แม่ข่าย
หน่วยคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
181 หมู่ที่ 6 ถนนเจริญประดิษฐ์ ตำบลรูสะมิแล อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี 94000
This site is optimized for resolutions of 1024 x 768 or greater
webmaster : cc.pattani@psu.ac.th
: 0 7334 8521 , 0 8648 69725    : 0 7334 8521